- ประวัติการก่อตั้งกรุงเทพมหานคร
กรุงเทพมหานคร ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นเมืองหลวงของประเทศ เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2325 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ด้วยทรงมีพระราชดำริว่า กรุงธนบุรี เมืองหลวงเดิม ตั้งอยู่ในที่คับแคบ ไม่ต้องด้วยหลักพิชัยสงคราม ทั้งนี้ ได้ทรงโปรดเกล้าให้อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของ กรมเวียง ครั้นล่วงมาถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงให้ทดลองนำเอาระบบคณะกรรมการมาใช้กับรูปแบบการปกครองเมืองหลวงอยู่ชั่วขณะหนึ่ง แต่ประชาชนยังไม่มีความพร้อมและไม่ประสบผลสำเร็จ จึงได้โปรดเกล้าให้ยกเลิก และก็ได้เปลี่ยนฐานะกรมเวียงมาเป็นกระทรวงเมือง และต่อมาก็เปลี่ยนจากกระทรวงเมืองมาเป็นกระทรวงนครบาลตามลำดับ
รูปแบบการปกครองของกระทรวงนครบาล มีเสนาบดีเป็นผู้ทำหน้าที่รับผิดชอบในการปกครองกรุงเทพมหานครและธนบุรี รวมทั้งหัวเมืองใกล้เคียง ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี นครเขื่อนขันธ์ สมุทรปราการ ธัญญบุรี และมีนบุรี ซึ่งรวมเรียกทั้งหมดว่า มณฑลกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ การปกครองมณฑลกรุงเทพมหานครเป็นไปตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 และข้อบังคับการปกครองหัวเมืองโดยอนุโลม ในปี พ.ศ. 2440 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีการจัดตั้ง สุขาภิบาลกรุงเทพขึ้นเป็นครั้งแรก ด้วยทรงดำริที่จะให้มีการ "ทดลอง" การปกครองในรูป "สุขาภิบาล" เพื่อเป็นพื้นฐานของการปกครองตนเองของประชาชนในอนาคตต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กระทรวงนครบาลมารวมกับกระทรวงมหาดไทย และมีการแต่งตั้งตำแหน่ง สมุหพระนครบาล ทำหน้าที่ปกครอง ดูแลรับผิดชอบมณฑลกรุงเทพโดยเฉพาะ ซึ่งขณะนั้นประกอบด้วยจังหวัดพระนครธนบุรี นนทบุรี และสมุทรปราการต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กระทรวงนครบาลมารวมกับกระทรวงมหาดไทย และมีการแต่งตั้งตำแหน่ง สมุหพระนครบาล ทำหน้าที่ปกครอง ดูแลรับผิดชอบมณฑลกรุงเทพโดยเฉพาะ ซึ่งขณะนั้นประกอบด้วยจังหวัดพระนครธนบุรี นนทบุรี และสมุทรปราการ
การจัดรูปแบบการปกครองภายในจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี จัดขึ้นตามความในพระราชบัญญัติิระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2476 กล่าวคือ มีอำเภอเป็นหน่วยการปกครองย่อยของจังหวัด ในส่วนของการจัดรูปการปกครองภายในอำเภอของจังหวัดพระนคร เป็นที่น่าสังเกตว่า ได้มีการจัดออกเป็นอำเภอชั้นในและอำเภอชั้นนอก โดยอำเภอชั้นใน ไม่มีการจัดแบ่งหน่วยการปกครองย่อยออกเป็นตำบลและหมู่บ้าน เหมือนที่จัดแบ่งในอำเภอชั้นนอก ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ปกครองตำบลและหมู่บ้าน ทำการแต่งตั้งกำนันและผู้ใหญ่บ้านให้เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ โดยกำหนดอำนาจหน้าที่ให้้ไปปฏิบัติ
การปกครองของจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรีในครั้งนั้น มีฐานะเป็นหน่วยการปกครองส่วนภูมิภาค มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารงานของจังหวัด ร่วมกับผู้แทนส่วนราชการกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ที่ส่งมาประจำทำงาน ณ ที่ตั้งจังหวัดนั้น และการปกครองอำเภอซึ่งเป็นหน่วยย่อยของจังหวัด มีนายอำเภอเป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารงานของอำเภอ ร่วมกับผู้แทนส่วนราชการกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ที่ส่งมาประจำทำงาน ณ ที่ตั้งอำเภอนั้น และในเขตพื้นที่ของจังหวัดทั้งสอง โดยเฉพาะบริเวณที่มีชุมชนหนาแน่นก็ได้มีการจัดตั้งหน่วยการปกครองท้องถิ่นในรูปเทศบาล โดยในปี พ.ศ. 2480 การปกครองของจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรีก็ได้มีการจัดตั้งหน่วยการปกครองท้องถิ่นขึ้น ทั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและตาม พ.ร.บ. เทศบาล พ.ศ. 2476 โดยผลแห่ง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ทำให้มีการจัดตั้งเทศบาลนครกรุงเทพขึ้นในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2480 เช่นเดียวกับจังหวัดธนบุรีก็มีการจัดตั้งเทศบาลนครธนบุรีเช่นเดียวกัน เป็นการปกครองระบบเทศบาลที่จัดตั้งขึ้นเป็นหน่วยการปกครองในเขตชุมชนเมือง นั่นเอง นอกจากนี้ ยังมีหน่วยการปกครองท้องถิ่นอื่นๆ ที่จัดตั้งขึ้นในโอกาสต่อมา คือ องค์การบริหารส่วนจังหวัดและสุขาภิบาล
เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2514 ในระหว่างที่คณะปฏิวัติทำหน้าที่บริหารประเทศ ได้มีประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 24 และ 25 ให้ปรับปรุงระบบการปกครองจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี โดยสาระสำคัญของประกาศคณะปฏิวัติดังกล่าว ให้รวมเอาจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรีเข้าด้วยกัน เป็นจังหวัดนครหลวงกรุงเทพธนบุรี โดยยังคงรูปการปกครองและการบริหารราชการส่วนภูมิภาคไว้ มีผู้ว่าราชการนครหลวงกรุงเทพธนบุรีเป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารงานผลของประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 24 และ 25 ในส่วนเกี่ยวกับการปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลและสุขาภิบาลนั้น ยังคงอยู่เช่นเดิมในเขตนครหลวงกรุงเทพธนบุรี แต่สำหรับองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครและองค์การบริหารส่วนจังหวัดธนบุรีให้รวมกัน เรียกว่า องค์การบริหารนครหลวงกรุงเทพธนบุรี ทั้งนี้ ให้ผู้ว่าราชการนครหลวงกรุงเทพธนบุรีดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเทศบาลกรุงเทพธนบุรีด้วยในคราวเดียว โดยมีเทศมนตรีอื่น ไม่เกิน 8 คน และมีสภาเทศบาลนครหลวง ประกอบด้วย สมาชิก จำนวนไม่เกิน 36 คน (เทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลมาจากการแต่งตั้งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย)
เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2515 คณะปฏิวัติได้มีประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 335 ให้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองนครหลวงกรุงเทพธนบุรีใหม่อีกครั้ง สาระสำคัญ คือ
1. ให้รวมกิจการปกครองนครหลวงกรุงเทพธนบุรี องค์การบริหารนครหลวงกรุงเทพธนบุรี เทศบาลนครหลวงกรุงเทพธนบุรี ตลอดจนสุขาภิบาลต่างๆ ในเขตนครหลวงกรุงเทพธนบุรี เป็นหน่วยการปกครองเดียวกัน คือ "กรุงเทพมหานคร"
2. ให้จัดระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานครเสียใหม่ โดยรวมลักษณะการปกครองและการบริหารราชการส่วนภูมิภาคและราชการบริหารส่วนท้องถิ่นเข้าด้วยกัน แต่ยังคงให้กรุงเทพมหานครมีฐานะเป็นจังหวัด
3. ให้มีผู้ว่าราชการและรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นข้าราชการการเมือง แต่งตั้งและถอดถอนโดยคณะรัฐมนตรี และให้มีสภากรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยสมาชิกซึ่งราษฎรเลือกตั้ง เขตละหนึ่งคน และผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้ง มีจำนวนเท่ากับจำนวนเขตในกรุงเทพมหานคร
เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 ได้มีประกาศใช้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2518 ซึ่งมีผลให้ กรุงเทพมหานครมีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่นนครหลวง และให้แบ่งเขตพื้นที่ปกครองของกรุงเทพมหานครออกเป็นเขตและแขวงตามลำดับ มีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 1 คน และรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อีก 4 คน ทั้งหมดมาจากการเลือกตั้ง และให้มีสมาชิกสภากรุงเทพมหานครมาจากการเลือกตั้งของประชาชนในเขตปกครอง เขตละ 1 คน ถ้าเขตใดมีประชาชนเกิน 150,000 คน สามารถเลือกจำนวนสมาชิกสภากรุงเทพมหานครเพิ่ม ได้อีก 1 คน
ครั้นต่อมา ในวันที่ 20 สิงหาคม 2528 ได้มีประกาศใช้้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 กำหนดการบริหารกรุงเทพมหานคร ให้เลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเพียงคนเดียว ส่วนรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อีก 4 คน ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นคนแต่งตั้ง นอกจากนี้ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ยังได้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องสภาเขต ประชาชนเลือกตั้งเข้ามาเป็นตัวแทนสอดส่องดูแลการดำเนินงานของเขต เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนอย่างน้อย เขตละ 7 คน
กรุงเทพมหานครในฐานะราชการบริหารส่วนท้องถิ่น เป็นหน่วยราชการที่ได้รับการกระจายอำนาจมาจากรัฐบาล ทำหน้าที่บริหารและบริการประชาชนภายในเขตพื้นที่การปกครองของกรุงเทพมหานครภายใต้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด มีการจัดระเบียบบริหารราชการเหมือนหน่วยราชการทั่วไป ในช่วงระยะ 60 ปี นับแต่การจัดตั้งเทศบาลนครกรุงเทพขึ้น เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2480 จนถึงกรุงเทพมหานครปัจจุบัน มีวิวัฒนาการของการจัดส่วนราชการของกรุงเทพมหานครมาเป็นลำดับ ดังนี้
- ส่วนราชการช่วงของเทศบาลนครกรุงเทพ (พ.ศ.2480 – 2500)
- ส่วนราชการกรุงเทพมหานครช่วงประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 335
- ส่วนราชการของกรุงเทพมหานครช่วงพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2518
- ส่วนราชการของกรุงเทพมหานครช่วงพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528
- ส่วนราชการของกรุงเทพมหานครปัจจุบัน
- ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 335
ปลัดกรุงเทพมหานคร
- นายสาย หุตะเจริญ (1 มกราคม 2516 - 31 สิงหาคม 2516)
- คุณหญิงนันทกา สุประภาตะนันทน์ (1 กันยายน 2516-30 กันยายน 2521)
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
- นายชำนาญ ยุวบูรณ์ (1 มกราคม 2516 - 22 ตุลาคม 2516)
- นายอรรถ วิสูตรโยธาภิบาล (1พฤศจิกายน 2516 - 4 มิถุนายน 2517)
- นายศิริ สันตะบุตร (5 มิถุนายน 2517 - 13 มีนาคม 2518)
- พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2518
ปลัดกรุงเทพมหานคร
- คุณหญิงนันทกา สุประภาตะนันทน์ (1 กันยายน 2516-30 กันยายน 2521)
- นายธำรง พัฒนรัฐ (1 ตุลาคม 2521-7 มกราคม 2524)
- นายเด่น ภู่สุวรรณ (8 มกราคม 2524-30 กันยายน 2525)
- นายชลอ ธรรมศิริ (1 ตุลาคม 2525-30 กันยายน 2528)
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
- นายสาย หุตะเจริญ (29 เมษายน 2518-9 สิงหาคม 2518)
- นายธรรมนูญ เทียนเงิน (10 สิงหาคม 2518-29 เมษายน 2520)
- นายชลอ ธรรมศิริ (29 เมษายน 2520-14 พฤษภาคม 2522)
- นายเชาวน์วัศ สุดลาภา (24 กรกฎาคม 2522-15 เมษายน 2524)
- พลเรือเอก เทียม มกรานนท์ (28 เมษายน 2524-1 พฤศจิกายน 2527)
- พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528
ปลัดกรุงเทพมหานคร
- ว่าที่ร้อยตรี เสมอใจ พุ่มพวง (1 ตุลาคม 2528-15 มิถุนายน 2530)
- ร้อยตรี ศรีสิทธิ์ วาสิกศิริ (16 มิถุนายน 2530-2 เมษายน 2532)
- นายตรี ภวภูตานนท์ิ (2 เมษายน 2532-22 มกราคม 2533) (23 มกราคม 2533- 30 กันยายน 2533)
- นายทองต่อ กล้วยไม้ ณ อยุธยา (1 ตุลาคม 2533- 30 กันยายน 2536)
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
- พลตรีจำลอง ศรีเมือง (ครั้งที่ 1 ระหว่าง 14 พฤศจิกายน 2528-14 พฤศจิกายน 2532 ครั้งที่ 2 ระหว่าง 7 มกราคม 2533-22 มกราคม 2535)
- ร.อ.กฤษฎา อรุณวงษ์ ณ อยุธยา (19 เมษายน 2535-18 เมษายน 2539)
- นายพิจิตต รัตตกุล (2 มิถุนายน 2539-2542)
- นายสมัคร สุนทรเวช (21 กรกฎาคม 2544-22 กรกฎาคม 2547)
- นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน (29 สิงหาคม 2547-19 พฤศจิกายน 2551)
- ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร (ครั้งที่ 1 ระหว่าง 14 มกราคม 2552-10 มกราคม 2556) ครั้งที่ 2 วันที่ 29 มีนาคม 2556 - 18 ตุลาคม 2559)
- พลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง (18 ตุลาคม 2559 - 24 มีนาคม 2565 )
- นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (1 มิถุนายน 2565 - ปัจจุบัน)
แหล่งที่มาข้อมูล : https://apps.bangkok.go.th/info/m.info/bmahistory/
การแบ่งกลุ่มเขต แบ่งออกเป็น 6 กลุ่มเขตใหญ่ ดังนี้:
1. กลุ่มกรุงเทพกลาง: เช่น เขตพระนคร, สัมพันธวงศ์, ดุสิต, ดินแดง
2. กลุ่มกรุงเทพเหนือ: เช่น เขตจตุจักร, ดอนเมือง, หลักสี่
3. กลุ่มกรุงเทพตะวันออก: เช่น เขตหนองจอก, มีนบุรี, ลาดกระบัง
4. กลุ่มกรุงธนเหนือ: เช่น เขตธนบุรี, บางพลัด, ตลิ่งชัน
5. กลุ่มกรุงธนใต้: เช่น เขตบางขุนเทียน, ภาษีเจริญ, หนองแขม
6. กลุ่มกรุงเทพใต้: เช่น เขตปทุมวัน, สีลม (บางรัก), วัฒนา, คลองเตย
1. กลุ่มกรุงเทพกลาง (9 เขต 42 แขวง)
เขตพระนคร (12 แขวง): พระบรมมหาราชวัง, วังบูรพาภิรมย์, วัดราชบพิธ, สำราญราษฎร์, ศาลเจ้าพ่อเสือ, เสาชิงช้า, บวรนิเวศ, ตลาดยอด, ชนะสงคราม, บ้านพานถม, บางขุนพรหม, วัดสามพระยา เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย (5 แขวง): โสมนัส, บ้านบาตร, คลองมหานาค, วัดเทพศิรินทร์, ป้อมปราบ
เขตสัมพันธวงศ์ (3 แขวง): จักรวรรดิ, สัมพันธวงศ์, ตลาดน้อย
เขตพญาไท (2 แขวง): สามเสนใน, พญาไท
เขตห้วยขวาง (3 แขวง): ห้วยขวาง, บางกะปิ, สามเสนนอก
เขตดุสิต (5 แขวง): ดุสิต, วชิรพยาบาล, สวนจิตรลดา, สี่แยกมหานาค, ถนนนครไชยศรี
เขตดินแดง (2 แขวง): ดินแดง, รัชดาภิเษก
เขตราชเทวี (4 แขวง): ทุ่งพญาไท, ถนนพญาไท, ถนนเพชรบุรี, มักกะสัน
เขตวังทองหลาง (6 แขวง): วังทองหลาง, สะพานสอง, คลองเจ้าคุณสิงห์, พลับพลา, คลองจั่น*, ลาดพร้าว* (หมายเหตุ: มีการปรับแนวเขต)
2. กลุ่มกรุงเทพเหนือ (7 เขต 31 แขวง)
เขตจตุจักร (5 แขวง): ลาดยาว, เสนานิคม, จันทรเกษม, จอมพล, จตุจักร
เขตบางซื่อ (2 แขวง): บางซื่อ, วงศ์สว่าง
เขตดอนเมือง (3 แขวง): สีกัน, ดอนเมือง, สนามบิน
เขตสายไหม (3 แขวง): สายไหม, ออเงิน, คลองถนน
เขตหลักสี่ (2 แขวง): ทุ่งสองห้อง, ตลาดบางเขน
เขตบางเขน (2 แขวง): อนุสาวรีย์, ท่าแร้ง
เขตลาดพร้าว (2 แขวง): ลาดพร้าว, จรเข้บัว
3. กลุ่มกรุงเทพใต้ (10 เขต 40 แขวง)
เขตปทุมวัน (4 แขวง): รองเมือง, วังใหม่, ปทุมวัน, ลุมพินี
เขตบางรัก (5 แขวง): มหาพฤฒาราม, สีลม, สุริยวงศ์, บางรัก, สี่พระยา
เขตยานนาวา (2 แขวง): ช่องนนทรี, บางโพงพาง
เขตสวนหลวง (3 แขวง): สวนหลวง, อ่อนนุช, พัฒนาการ
เขตบางนา (2 แขวง): บางนาเหนือ, บางนาใต้
เขตสาทร (3 แขวง): ทุ่งวัดดอน, ยานนาวา, ทุ่งมหาเมฆ
เขตวัฒนา (3 แขวง): คลองเตยเหนือ, คลองตันเหนือ, พระโขนงเหนือ
เขตคลองเตย (3 แขวง): คลองเตย, คลองตัน, พระโขนง
เขตพระโขนง (2 แขวง): บางจาก, พระโขนงใต้
เขตประเวศ (3 แขวง): ประเวศ, หนองบอน, ดอกไม้
4. กลุ่มกรุงเทพตะวันออก (9 เขต 33 แขวง)
เขตบางกะปิ (2 แขวง): คลองจั่น, หัวหมาก
เขตสะพานสูง (3 แขวง): สะพานสูง, ราษฎร์พัฒนา, ทับช้าง
เขตบึงกุ่ม (3 แขวง): คลองกุ่ม, นวมินทร์, นวลจันทร์
เขตมีนบุรี (2 แขวง): มีนบุรี, แสนแสบ
เขตลาดกระบัง (6 แขวง): ลาดกระบัง, คลองสองต้นนุ่น, คลองสามประเวศ, ลำปลาทิว, ทับยาว, ขุมทอง
เขตหนองจอก (8 แขวง): กระทุ่มราย, หนองจอก, คลองสิบ, คลองสิบสอง, โคกแฝด, คูคตเขียว, ลำผักชี, ลำต้อยติ่ง
เขตประเวศ (บางส่วน), เขตคันนายาว (2 แขวง): คันนายาว, รามอินทรา
เขตคลองสามวา (5 แขวง): สามวาตะวันตก, สามวาตะวันออก, บางชัน, ทรายกองดิน, ทรายกองดินใต้
5. กลุ่มกรุงธนเหนือ (8 เขต 39 แขวง)
เขตธนบุรี (7 แขวง): วัดกัลยาณ์, วัดอรุณ, บางยี่เรือ, บุคคโล, ตลาดพลู, ดาวคะนอง, สำเหร่
เขตคลองสาน (4 แขวง): สมเด็จเจ้าพระยา, คลองสาน, บางลำภูล่าง, คลองต้นไทร
เขตจอมทอง (4 แขวง): บางขุนเทียน, บางค้อ, บางมด, จอมทอง
เขตบางกอกใหญ่ (2 แขวง): วัดอรุณ, วัดท่าพระ
เขตบางกอกน้อย (5 แขวง): ศิริราช, บ้านช่างหล่อ, บางขุนนนท์, บางขุนศรี, อรุณอมรินทร์
เขตบางพลัด (4 แขวง): บางพลัด, บางบำหรุ, บางอ้อ, บางยี่ขัน
เขตตลิ่งชัน (6 แขวง): ตลิ่งชัน, คลองชักพระ, ฉิมพลี, บางพรม, บางระมาด, บางเชือกหนัง
เขตทวีวัฒนา (2 แขวง): ทวีวัฒนา, ศาลาธรรมสพน์
6. กลุ่มกรุงธนใต้ (7 เขต 25 แขวง)
เขตภาษีเจริญ (7 แขวง): บางหว้า, บางด้วน, บางจาก, ปากคลองภาษีเจริญ, คูหาสวรรค์, บางแวก, คลองขวาง
เขตบางแค (4 แขวง): บางแค, บางแคเหนือ, บางไผ่, หลักสอง
เขตหนองแขม (2 แขวง): หนองแขม, หนองค้างพลู
เขตราษฎร์บูรณะ (2 แขวง): ราษฎร์บูรณะ, บางปะกอก
เขตทุ่งครุ (2 แขวง): บางมด, ทุ่งครุ
เขตบางขุนเทียน (2 แขวง): ท่าข้าม, แสมดำ
เขตบางบอน (5 แขวง): บางบอนเหนือ, บางบอนใต้, คลองบางพราน, คลองบางบอน, สะพานสูง* (ชื่อพ้องแต่คนละพื้นที่)
รายชื่อสำนักงานเขตทั้ง 50 สำนักงานเขต
1. สำนักงานเขตคลองเตย 26. สำนักงานเขตปทุมวัน
2. สำนักงานเขตคลองสาน 27. สำนักงานเขตประเวศ
3. สำนักงานเขตคลองสามวา 28. สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
4. สำนักงานเขตคันนายาว 29. สำนักงานเขตพญาไท
5. สำนักงานเขตจตุจักร 30. สำนักงานเขตพระโขนง
6. สำนักงานเขตจอมทอง 31. สำนักงานเขตพระนคร
7. สำนักงานเขตดอนเมือง 32. สำนักงานเขตภาษีเจริญ
8. สำนักงานเขตดินแดง 33. สำนักงานเขตมีนบุรี
9. สำนักงานเขตดุสิต 34. สำนักงานเขตยานนาวา
10. สำนักงานเขตตลิ่งชัน 35. สำนักงานเขตราชเทวี
11. สำนักงานเขตทวีวัฒนา 36. สำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ
12. สำนักงานเขตทุ่งครุ 37. สำนักงานเขตลาดกระบัง
13.สำนักงานเขตธนบุรี 38. สำนักงานเขตลาดพร้าว
14. สำนักงานเขตบางกะปิ 39. สำนักงานเขตวังทองหลาง
15.สำนักงานเขตบางกอกน้อย 40. สำนักงานเขตวัฒนา
16.สำนักงานเขตบางกอกใหญ่ 41. สำนักงานเขตสวนหลวง
17.สำนักงานเขตบางขุนเทียน 42. สำนักงานเขตสะพานสูง
18.สำนักงานเขตบางเขน 43. สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์
19.สำนักงานเขตบางคอแหลม 44. สำนักงานเขตสาทร
20.สำนักงานเขตบางแค 45. สำนักงานเขตสายไหม
21. สำนักงานเขตบางซื่อ 46. สำนักงานเขตหนองจอก
22. สำนักงานเขตบางนา 47. สำนักงานเขตหนองแขม
23. สำนักงานเขตบางบอน 48. สำนักงานเขตหลักสี่
24. สำนักงานเขตบางพลัด 49. สำนักงานเขตห้วยขวาง
25. สำนักงานเขตบางรัก 50. สำนักงานเขตบึงกุ่ม
สถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร => https://stat.bora.dopa.go.th/stat/statnew/statMONTH/statmonth/#/mainpage